คำพิพากษาฎีกาที่ควรรู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ควรรู้ (อัปเดต 2569)
รวมคำพิพากษาศาลฎีกา 30 เรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาในชีวิตประจำวัน ทั้งหนี้สิน หลักประกัน ที่ดิน มรดก ครอบครัว แรงงาน อาญา อุบัติเหตุ และผู้บริโภค สรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายโดยทีมทนายความเครือข่ายทนายความ ทุกเรื่องตรวจเลขคดีและหลักที่ศาลวางกับระบบสืบค้นคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว
หมวด: กู้ยืมเงิน ดอกเบี้ย และอายุความหนี้ (4) · ค้ำประกัน จำนอง ขายฝาก และเช็ค (4) · ที่ดิน (3) · มรดกและพินัยกรรม (3) · ครอบครัว (4) · แรงงาน (3) · อาญา (5) · อุบัติเหตุรถยนต์ (1) · ผู้บริโภค เช่าซื้อ และสัญญาก่อสร้าง (3)
กู้ยืมเงิน ดอกเบี้ย และอายุความหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568
แชท LINE ที่ไม่มีข้อความว่า "ยืม" ใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมไม่ได้
โจทก์โอนเงิน 100,000 บาทให้จำเลย จำเลยส่งสติกเกอร์ "ขอบคุณครับ" กลับมา ศาลวินิจฉัยว่าแม้ข้อความ LINE เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เป็นหนังสือได้ แต่เนื้อความต้องแสดงว่าเป็นการกู้ยืมเงิน เมื่อไม่มีข้อความเช่นนั้น จึงไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ และฟ้องบังคับให้คืนเงินไม่ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง, พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7–9
ข้อคิด: ให้ยืมเงินผ่านแชท ควรให้ผู้ยืมพิมพ์ยืนยันจำนวนเงินและคำว่ายืม/จะคืนเมื่อใด ไว้ในแชทเสมอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560
เจ้าหนี้พิมพ์ข้อความทาง Facebook ยกหนี้ให้ ถือเป็นการปลดหนี้เป็นหนังสือ หนี้ระงับ
เจ้าหนี้ส่งข้อความทางเฟซบุ๊กว่าเงินทั้งหมดไม่ต้องส่งคืน ยกให้หมด ศาลถือว่าข้อความทางเฟซบุ๊กเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏชื่อผู้ส่ง และเจ้าหนี้ยอมรับว่าส่งจริง จึงเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ หนี้เงินกู้จึงระงับ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 340, พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7–9
ข้อคิด: ข้อความในแชทมีผลทางกฎหมายได้จริง ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ควรระวังสิ่งที่พิมพ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5376/2560 ประชุมใหญ่
ดอกเบี้ยเกินอัตราที่จ่ายไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้ แต่ต้องนำไปหักเงินต้น
ข้อตกลงดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วเรียกคืนไม่ได้เพราะเป็นการชำระหนี้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยนั้น จึงให้นำดอกเบี้ยที่ลูกหนี้จ่ายไปแล้วหักออกจากเงินต้น
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 411, 654
ข้อคิด: แนวคำพิพากษาเรื่องนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ควรให้ทนายตรวจสัญญาและหลักฐานการจ่ายดอกเบี้ย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6568/2567
สินเชื่อเงินสดหมุนเวียนแบบจ่ายขั้นต่ำ มีอายุความ 10 ปี ไม่ใช่ 5 ปี
สัญญาสินเชื่อเงินสดแบบหมุนเวียนที่ผู้กู้เลือกจ่ายเต็มหรือจ่ายขั้นต่ำรายเดือน โดยไม่กำหนดจำนวนงวดที่ต้องผ่อน ไม่ใช่การผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ จึงไม่ใช้อายุความ 5 ปี แต่ใช้อายุความทั่วไป 10 ปี
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 193/30, 193/33 (2)
ข้อคิด: ถูกฟ้องหนี้บัตรกดเงินสด อย่าเพิ่งเชื่อว่าหนี้ขาดอายุความ ควรให้ทนายตรวจรูปแบบสัญญาก่อน
ค้ำประกัน จำนอง ขายฝาก และเช็ค
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3541/2566
เจ้าหนี้บอกกล่าวผู้ค้ำประกันเกิน 60 วัน แต่ถ้าผู้ค้ำเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ยังต้องรับผิดเต็มจำนวน
ตามปกติ ถ้าเจ้าหนี้ไม่มีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดขึ้นหลังพ้นกำหนด แต่ในคดีนี้ผู้ค้ำประกันเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างที่เป็นลูกหนี้ด้วย ในฐานะหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างทั้งต้นเงิน ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมโดยไม่มีจำกัด
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง, 1070, 1077 (2), 1087
ข้อคิด: ผู้ค้ำประกันที่ถูกทวงหนี้ ควรตรวจวันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวเทียบกับวันที่ลูกหนี้ผิดนัด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2567
หนี้ขาดอายุความแล้ว ผู้รับจำนองยังบังคับจำนองได้ แต่เรียกดอกเบี้ยค้างเกิน 5 ปีไม่ได้
ผู้รับจำนองมีทรัพยสิทธิเหนือทรัพย์ที่จำนอง จึงบังคับจำนองเอาจากทรัพย์นั้นได้แม้หนี้ประธานจะขาดอายุความแล้ว เพียงแต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่า 5 ปีไม่ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 193/27, 745
ข้อคิด: การจำนองที่ดินเป็นหลักประกัน ไม่ได้หมดผลเพียงเพราะหนี้ขาดอายุความ ควรปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจเรื่องไถ่ถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2565
ขายฝากที่ดินแต่ผ่อนดอกเบี้ยรายเดือน ศาลฟังว่าเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงิน
สัญญาขายฝากที่ทำต่อเจ้าพนักงานที่ดินมีข้อสันนิษฐานว่าถูกต้อง ผู้อ้างว่าเป็นนิติกรรมอำพรางจึงต้องพิสูจน์ ในคดีนี้ผู้ขายฝากพิสูจน์ได้ว่ามีการหักดอกเบี้ยล่วงหน้าและผ่อนดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการขายฝากที่ไถ่คืนได้ด้วยการชำระสินไหมครั้งเดียว ศาลจึงฟังว่าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเงิน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 155, ป.วิ.พ. มาตรา 127
ข้อคิด: เก็บหลักฐานการโอนดอกเบี้ยทุกครั้ง หากถูกบังคับให้ทำสัญญาขายฝากแทนการกู้เงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5208/2566
ออกเช็คชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้หลายฉบับ แล้วเช็คเด้ง มีความผิดหลายกรรม
เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้แต่ละฉบับระบุว่าเช็คแต่ละใบออกเพื่อชำระหนี้ตามหนังสือฉบับนั้น แสดงว่าผู้ออกเช็คมีเจตนาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค แยกเป็นกระทงตามจำนวนเช็ค
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4, ป.อ. มาตรา 91
ข้อคิด: อย่าออกเช็คล่วงหน้าหากไม่แน่ใจว่าจะมีเงินพอ เพราะเช็คแต่ละใบอาจเป็นความผิดแยกกัน
ที่ดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2443/2563
ได้รับยกที่ดินโดยไม่จดทะเบียน แต่ครอบครองเกิน 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์
เจ้าของยกที่ดินให้โดยไม่ได้จดทะเบียน ผู้รับครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แม้จะเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของตนเองก็ถือว่าครอบครองที่ดินของผู้อื่น ที่ดินนั้นจึงไม่เป็นทรัพย์มรดกของผู้ยกให้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1382
ข้อคิด: การยกที่ดินให้ควรจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทกับทายาทในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3172/2564
ใช้ทางโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะ แม้เกิน 10 ปี ก็ไม่ได้ภาระจำยอม
ผู้ใช้ทางเข้าใจมาแต่ต้นว่าถนนเป็นทางสาธารณะเพราะหน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้สร้าง การใช้ทางจึงไม่ใช่การใช้โดยปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดิน แม้ใช้ทางเกิน 10 ปี ก็ไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382
ข้อคิด: ที่ดินที่ต้องอาศัยทางผ่านที่ดินผู้อื่น ควรจดทะเบียนภาระจำยอมหรือทางจำเป็นให้ชัดเจน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4741/2565
ซื้อที่ดินติดเงื่อนไขห้ามโอน โดยนัดโอนหลังพ้นกำหนด เป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย
ที่ดินมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี คู่สัญญารู้เรื่องนี้และตกลงไปโอนกันที่สำนักงานที่ดินหลังพ้นกำหนดห้ามโอน สัญญาจึงเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย ไม่ใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด และผู้ซื้อที่เข้าอยู่ในที่ดินถือว่ายึดถือไว้แทนผู้ขาย ไม่ใช่ครอบครองเพื่อตนเอง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ, ป.พ.พ. มาตรา 1381, 1382
ข้อคิด: ก่อนซื้อที่ดิน ให้ตรวจข้อกำหนดห้ามโอนในโฉนดหรือ น.ส.3 ทุกครั้ง
มรดกและพินัยกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566
อายุความฟ้องแบ่งมรดก 1 ปี แต่ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ ฟ้องแบ่งได้แม้เกินกำหนด
การฟ้องคดีมรดกระหว่างทายาทมีอายุความ 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่ทายาทรู้หรือควรรู้ถึงความตาย แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย ยกเว้นทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ย่อมเรียกให้แบ่งได้แม้พ้นอายุความ ส่วนทรัพย์มรดกที่ทายาทไม่ได้ครอบครอง หากฟ้องเกิน 10 ปี คดีขาดอายุความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1748 วรรคหนึ่ง, 1754
ข้อคิด: ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดก ไม่ควรปล่อยเวลาเนิ่นนาน ควรปรึกษาทนายเรื่องอายุความโดยเร็ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574-575/2567
ทำพินัยกรรมขณะป่วยหนักจนไม่รับรู้เนื้อหา พินัยกรรมเป็นโมฆะ
ขณะทำพินัยกรรม เจ้ามรดกป่วยหนักและชราภาพมากจนไม่สามารถรับรู้สาระสำคัญของพินัยกรรมที่ผู้อื่นจัดทำมาให้พิมพ์ลายนิ้วมือ พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ ผู้รับตามพินัยกรรมนั้นไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอหรือคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาเป็นทายาทโดยธรรม ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1718, ป.วิ.พ. มาตรา 55
ข้อคิด: ควรทำพินัยกรรมขณะผู้ทำยังมีสติสัมปชัญญะดี และมีพยานที่เชื่อถือได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568
เจ้าหนี้ฟ้องกองมรดก อายุความ 1 ปี นับแต่รู้ถึงความตาย ไม่ใช่นับแต่วันตาย
อายุความ 1 ปีที่เจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้อง ให้นับแต่เจ้าหนี้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ไม่ใช่นับแต่วันที่เจ้ามรดกตาย หากจะนับจากวันตาย ต้องใช้กำหนด 10 ปี
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม และวรรคสี่
ข้อคิด: เจ้าหนี้ที่ทราบว่าลูกหนี้เสียชีวิต ต้องรีบฟ้องทายาทหรือผู้จัดการมรดกภายใน 1 ปี
ครอบครัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2567
ฟ้องหย่าเพราะแยกกันอยู่ ต้องแยกกันเกิน 3 ปี และอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขไม่ได้ด้วย
เหตุหย่าเพราะสมัครใจแยกกันอยู่ ไม่ได้ดูเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกิน 3 ปีเท่านั้น แต่ต้องเป็นเพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขด้วย ทั้งนี้ หากคำฟ้องบรรยายช่วงเวลาที่แยกกันอยู่ให้เข้าใจได้ว่าเกิน 3 ปี แม้ไม่ได้ระบุตัวเลข 3 ปีไว้ ก็ถือว่าฟ้องครบองค์ประกอบแล้ว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2)
ข้อคิด: ผู้ประสงค์จะฟ้องหย่า ควรเก็บหลักฐานวันที่เริ่มแยกกันอยู่และเหตุที่อยู่ร่วมกันไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7789/2560
ที่ดินซื้อระหว่างสมรส แม้มีชื่อฝ่ายเดียวก็เป็นสินสมรส ขายฝากโดยคู่สมรสไม่ยินยอม ฟ้องเพิกถอนได้
ที่ดินที่ซื้อระหว่างสมรสเป็นสินสมรส แม้โฉนดมีชื่อสามีหรือภริยาฝ่ายเดียว หากไม่ปรากฏว่าซื้อด้วยสินส่วนตัว เมื่อฝ่ายหนึ่งนำไปขายฝากโดยคู่สมรสไม่ยินยอม และผู้ซื้อฝากรู้ข้อเท็จจริง คู่สมรสอีกฝ่ายฟ้องขอเพิกถอนการขายฝากได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1474 (1), 1476 (1), 1480
ข้อคิด: ผู้รับซื้อฝากหรือรับจำนองควรขอหนังสือยินยอมของคู่สมรสทุกครั้ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8321/2568
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่สะสมระหว่างสมรส เป็นสินสมรสที่อีกฝ่ายมีสิทธิได้ครึ่งหนึ่ง
เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส เป็นสิทธิที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงความคาดหวัง จึงเป็นสินสมรส เมื่อหย่า คู่สมรสอีกฝ่ายมีสิทธิได้ส่วนแบ่งกึ่งหนึ่งของส่วนที่เกิดตั้งแต่วันจดทะเบียนสมรสจนถึงวันฟ้องหย่า โดยได้รับเมื่อเจ้าของกองทุนสิ้นสมาชิกภาพ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1474 (1), 1532 (ข), 1533
ข้อคิด: ตอนหย่า อย่าลืมนับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่งด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2569
สัญญายอมความให้พ่อจ่ายค่าเลี้ยงดูจนลูกเรียนจบ ใช้บังคับได้แม้ลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว
กฎหมายกำหนดหน้าที่บิดามารดาให้อุปการะเลี้ยงดูบุตรระหว่างเป็นผู้เยาว์ แต่ไม่ได้ห้ามตกลงเลี้ยงดูต่อหลังบุตรบรรลุนิติภาวะ สัญญาประนีประนอมยอมความที่ตกลงจ่ายค่าเลี้ยงดู ค่าการศึกษา และค่ารักษาพยาบาลจนบุตรจบการศึกษา จึงใช้บังคับได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง
ข้อคิด: ตอนทำบันทึกหย่าหรือสัญญายอมความ ควรเขียนเงื่อนไขค่าเลี้ยงดูบุตรให้ละเอียดและชัดเจน
แรงงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4630/2565
ผู้บริหารทำงานบกพร่องซ้ำหลังถูกเตือน นายจ้างเลิกจ้างได้ ไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
การเลิกจ้างจะไม่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องดูว่านายจ้างมีเหตุสมควรและเพียงพอหรือไม่ ลูกจ้างตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินได้ค่าจ้างสูง ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าพนักงานทั่วไป เมื่อทำงานบกพร่องและล่าช้า ถูกเตือนเป็นหนังสือแล้วยังไม่ปรับปรุง การเลิกจ้างจึงมีเหตุสมควร ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49
ข้อคิด: นายจ้างควรเก็บหลักฐานการเตือนเป็นหนังสือ ส่วนลูกจ้างที่ถูกเตือนควรโต้แย้งเป็นหนังสือหากไม่เห็นด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119-3135/2567
เลิกจ้างเพราะขาดทุน ต้องดูทั้งเหตุผล มาตรการแก้ไขก่อนเลิกจ้าง และการคัดเลือกคนที่เป็นธรรม
การเลิกจ้างด้วยเหตุจำเป็นทางการจัดการของนายจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาว่ามีเหตุตามที่อ้างจริงหรือไม่ เหตุนั้นสมควรและเพียงพอหรือไม่ นายจ้างได้ใช้มาตรการเท่าที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหาก่อนเลิกจ้าง และมีกระบวนการคัดเลือกลูกจ้างที่ต้องออกอย่างเหมาะสมเป็นธรรมหรือไม่ ประกอบกัน คดีนี้หน่วยผลิตที่ลูกจ้างทำงานขาดทุนต่อเนื่องหลายปี
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49
ข้อคิด: ถูกเลิกจ้างอ้างเหตุขาดทุน ลูกจ้างมีสิทธิตรวจสอบเหตุผลและกระบวนการของนายจ้าง นอกจากค่าชดเชยตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3969-3975/2567
สัญญาจ้างที่กำหนดโอทีล่วงหน้าทุกวันเป็นโมฆะ ค่าจ้างทั้งกะ 12 ชั่วโมงต้องใช้เป็นฐานคำนวณค่าชดเชย
การให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมเป็นคราว ๆ ไป สัญญาจ้างที่กำหนดให้ทำงานล่วงเวลาวันละ 4 ชั่วโมงไว้ล่วงหน้าทุกวันจึงขัดต่อกฎหมายและเป็นโมฆะ เมื่อลูกจ้างทำงานเป็นกะ กะละ 12 ชั่วโมง เวลาทำงานปกติจึงเป็น 12 ชั่วโมง และเงินที่ได้ทั้งหมดเป็นค่าจ้างที่ต้องใช้คำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5, 24 วรรคหนึ่ง
ข้อคิด: ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ควรตรวจว่าฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณค่าชดเชยถูกต้องหรือไม่
อาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2567
รับจ้างเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ (บัญชีม้า) มีความผิดฐานสนับสนุนฉ้อโกงประชาชน อ้างว่าถูกหลอกไม่ได้
การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีให้ผู้อื่นใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย แสดงว่าผู้เปิดบัญชีเล็งเห็นได้ว่าบัญชีอาจถูกนำไปใช้กระทำผิด การกระทำจึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนร้าย มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น จะอ้างว่าถูกหลอกใช้ไม่ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 86, 341, 342, 343
ข้อคิด: อย่ารับจ้างเปิดบัญชี ขาย หรือให้ยืมบัญชีธนาคารไม่ว่ากรณีใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567
เปิดบัญชีให้แก๊งโรแมนซ์สแกมใช้ มีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
แก๊งโรแมนซ์สแกมเป็นการรวมตัวของคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปเพื่อหลอกลวงผ่านระบบคอมพิวเตอร์และฉ้อโกงประชาชน โดยวางแผนและกระทำในหลายประเทศ จึงเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้เปิดบัญชีธนาคารโดยไม่ได้ตั้งใจใช้เอง แต่เพื่อมอบให้ผู้อื่นนำไปรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่แก๊ง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556
ข้อคิด: ผู้ที่มอบบัญชีให้แก๊งมิจฉาชีพ อาจรับโทษหนักกว่าความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568
สั่งสินค้าพรีออเดอร์แล้วไม่ได้ของ ไม่เป็นฉ้อโกงเสมอไป หากผู้ซื้อรู้อยู่แล้วว่าผู้ขายยังไม่มีสินค้า
ผู้ขายประกาศทางเฟซบุ๊กว่าเปิดพรีออเดอร์ และจากแชทผู้ซื้อก็รู้ว่าผู้ขายยังไม่มีสินค้าในครอบครอง จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ขายหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จว่ามีสินค้าพร้อมส่ง การไม่ส่งสินค้าจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงและไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ผู้ซื้อต้องไปเรียกเงินคืนทางแพ่ง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 341, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1)
ข้อคิด: ถูกเบี้ยวสินค้า ให้ทนายประเมินก่อนว่าควรแจ้งความคดีอาญาหรือฟ้องเรียกเงินคืนทางแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
เอาลอตเตอรี่ของคนอื่นไปตรวจแล้วไม่คืน เป็นความผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ลักทรัพย์
จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจากมือผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายยินยอมให้นำไปตรวจรางวัลโดยจำเลยไม่ได้หลบหนี จึงเป็นเพียงการถือวิสาสะ ไม่ใช่ลักทรัพย์โดยฉกฉวย แต่เมื่อจำเลยได้สลากไปครอบครองแล้วไม่ยอมคืนเมื่อถูกทวงถาม จึงเป็นการเบียดบังเอาเป็นของตนโดยทุจริต มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 352 วรรคหนึ่ง
ข้อคิด: ฝากทรัพย์หรือให้คนอื่นยืมของแล้วถูกเบียดบัง ให้ทวงถามเป็นหลักฐานไว้ก่อนแจ้งความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2567
หมิ่นประมาทผ่าน YouTube และ Facebook ศาลสั่งให้โฆษณาคำพิพากษาทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ได้
ศาลมีอำนาจสั่งให้โฆษณาคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทได้ แม้โจทก์ไม่ได้ขอ และคำว่า "หนังสือพิมพ์" รวมถึงข่าวสารที่เผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ด้วย เมื่อจำเลยหมิ่นประมาทโดยเผยแพร่คลิปทาง YouTube และ Facebook ซึ่งเข้าถึงได้กว้างขวาง ศาลจึงให้เผยแพร่คำพิพากษาโดยย่อผ่านเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ด้วย เพื่อเยียวยาชื่อเสียงของผู้เสียหาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 328, 332 (2)
ข้อคิด: โพสต์หรือไลฟ์กล่าวหาผู้อื่นในโซเชียล มีโทษอาญาและอาจถูกสั่งให้เผยแพร่คำพิพากษาด้วย
อุบัติเหตุรถยนต์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568
ขับรถชนคนตาย เงินชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ต้องนำมาหักจากค่าเสียหายที่ผู้ขับต้องจ่าย
เงินชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ นอกจากค่าเสียหายเบื้องต้น ถือเป็นค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากการทำละเมิดกรณีผู้ถูกทำละเมิดถึงแก่ความตาย ซึ่งรวมถึงค่าขาดไร้อุปการะ ต้องนำไปหักจากค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาลก่อน เหลือเท่าใดจึงหักจากค่าขาดไร้อุปการะที่ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิด
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 4, ป.พ.พ. มาตรา 443
ข้อคิด: ญาติผู้เสียชีวิตควรให้ทนายคำนวณค่าเสียหายทุกรายการ ก่อนตกลงยอมความกับคู่กรณีหรือบริษัทประกัน
ผู้บริโภค เช่าซื้อ และสัญญาก่อสร้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2564
ผู้เช่าซื้อนำรถไปคืนก่อนครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าว ยังต้องรับผิดค่าขาดราคา
ผู้เช่าซื้อค้างค่างวด ผู้ให้เช่าซื้อมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระภายใน 30 วัน ผู้เช่าซื้อไม่รอให้ครบกำหนดแต่นำรถไปคืนโดยไม่โต้แย้ง ถือว่ายอมรับว่าจะไม่ชำระหนี้ที่ค้าง จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่ใช่การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาของผู้เช่าซื้อเอง และต้องรับผิดค่าขาดราคา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 572, ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2555
ข้อคิด: ก่อนคืนรถ ควรปรึกษาทนายเรื่องจังหวะและวิธีคืนรถ เพราะมีผลต่อค่าขาดราคาที่ต้องจ่าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4567/2561
ผู้เช่าซื้อรถฟ้องผู้จำหน่ายและผู้ผลิตให้รับผิดเรื่องรถชำรุดได้ แม้กรรมสิทธิ์ยังเป็นของไฟแนนซ์
แม้ผู้เช่าซื้อยังไม่ใช่เจ้าของรถเพราะกรรมสิทธิ์อยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่การที่ผู้จำหน่ายส่งมอบรถพร้อมสมุดรับประกันที่ระบุชื่อผู้เช่าซื้อเป็นลูกค้า ถือเป็นสัญญาให้บริการที่ผูกพันผู้จำหน่าย และผู้ผลิตที่ควบคุมมาตรฐานการซ่อมก็ต้องร่วมรับผิดด้วย ผู้เช่าซื้อในฐานะผู้บริโภคจึงฟ้องได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 11
ข้อคิด: ซื้อรถแล้วชำรุดซ้ำซาก ผู้เช่าซื้อมีสิทธิฟ้องได้เอง ไม่ต้องรอให้ไฟแนนซ์เป็นผู้ฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2568
ผู้รับเหมาสร้างไม่เสร็จตามกำหนด จะหักเงินลูกค้าเป็นค่าดำเนินงานตามที่ตนกำหนดเองไม่ได้
ข้อตกลงที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจหักเงินที่ผู้บริโภคจ่ายไปแล้วเป็นค่าดำเนินงานตามจำนวนที่ตนกำหนดฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงว่าค่าใช้จ่ายมีจริงเท่าใด ทั้งที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี และเมื่อสัญญาเลิกกัน คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4, ป.พ.พ. มาตรา 391
ข้อคิด: ก่อนเซ็นสัญญาสร้างบ้าน ให้ทนายตรวจข้อสัญญาเรื่องการยกเลิกและการคืนเงิน
หมายเหตุ: เป็นการสรุปหลักกฎหมายโดยย่อเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ผลของคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละคดี ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มได้ที่ ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th)
ปรึกษาทนายความในเครือข่ายใกล้บ้านคุณ คอลเซ็นเตอร์ 089 226 8899 (24 ชั่วโมง) · LINE @lawyerpoovong
ที่มา: ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) · ตรวจสอบ ณ กันยายน 2569