Chat with us, powered by LiveChat

กฎหมายที่คุณควรเรียนรู้

กฎหมายที่คุณควรเรียนรู้

สรุปหลักกฎหมายสำคัญที่ประชาชนพบบ่อยในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องเงินกู้ ที่ดิน มรดก ครอบครัว การทำงาน และภัยออนไลน์ เขียนให้อ่านเข้าใจง่ายโดยทีมทนายความเครือข่ายทนายความ พร้อมระบุมาตราที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ค้นคว้าต่อ

หมวด: กู้ยืมเงินและดอกเบี้ย · ค้ำประกัน จำนอง และขายฝาก · ซื้อขายที่ดินและการเช่า · มรดกและพินัยกรรม · ครอบครัว · แรงงาน · อาญาและภัยออนไลน์ · อุบัติเหตุรถยนต์และประกันภัย · ผู้บริโภค หนี้บัตร และการบังคับคดี

1. กู้ยืมเงินและดอกเบี้ย

  • ให้กู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ข้อความในแชท LINE หรือ Facebook ใช้เป็นหลักฐานได้ ถ้ามีเนื้อความแสดงว่าเป็นการกู้ยืม (ป.พ.พ. มาตรา 653)
  • ผู้ให้กู้ที่เป็นบุคคลทั่วไปคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หากตกลงเกินกว่านั้น ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะทั้งหมด (ป.พ.พ. มาตรา 654 และ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560)
  • ถ้าไม่ได้ตกลงดอกเบี้ยกันไว้ ใช้อัตราตามกฎหมายร้อยละ 3 ต่อปี และเมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้ร้อยละ 5 ต่อปี (ป.พ.พ. มาตรา 7 และ 224)
  • อายุความหนี้: ทั่วไป 10 ปี, หนี้ที่ผ่อนต้นเงินเป็นงวด 5 ปี, ดอกเบี้ยค้างชำระ 5 ปี, หนี้ค่าสินค้าหรือค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจ 2 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 193/30, 193/33, 193/34)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องกู้ยืมและอายุความ

2. ค้ำประกัน จำนอง และขายฝาก

  • ข้อสัญญาที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกินหนี้ของลูกหนี้ (ป.พ.พ. มาตรา 681/1)
  • เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน ถ้าไม่บอกกล่าว ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดหลังพ้นกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 686)
  • ขายฝากที่ดินต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน กำหนดไถ่ไม่เกิน 10 ปี และสินไถ่ต้องไม่เกินราคาขายฝากบวกผลประโยชน์ร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าผู้ซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน ผู้ขายฝากนำสินไถ่ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 494, 499, 492)
  • จำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ผู้รับจำนองบังคับจำนองได้แม้หนี้ขาดอายุความ แต่เรียกดอกเบี้ยค้างเกิน 5 ปีไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 714, 745)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องค้ำประกันและขายฝาก

3. ซื้อขายที่ดินและการเช่า

  • ซื้อขายที่ดินหรือบ้านต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายฟ้องบังคับได้เมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือ วางมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว (ป.พ.พ. มาตรา 456)
  • ครอบครองที่ดินที่มีโฉนดของผู้อื่นโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกัน 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ (ป.พ.พ. มาตรา 1382)
  • ที่ดินมือเปล่า เช่น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ถ้าถูกแย่งการครอบครอง ต้องฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปีนับแต่ถูกแย่ง (ป.พ.พ. มาตรา 1375)
  • สัญญาเช่าที่ดินหรือบ้านเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปี และเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกิน 30 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 538, 540)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องที่ดิน

4. มรดกและพินัยกรรม

  • ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ คือ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ย่าตายาย และลุงป้าน้าอา โดยคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสก็เป็นทายาทโดยธรรมด้วย (ป.พ.พ. มาตรา 1629)
  • พินัยกรรมต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด เช่น แบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน ผู้เป็นพยานหรือผู้เขียนพินัยกรรมและคู่สมรสของบุคคลนั้นจะเป็นผู้รับพินัยกรรมไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1653, 1656)
  • ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ เพื่อใช้จัดการโอนที่ดินหรือถอนเงินในบัญชีของผู้ตาย (ป.พ.พ. มาตรา 1713)
  • ฟ้องแบ่งมรดกระหว่างทายาทมีอายุความ 1 ปี นับแต่รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย เจ้าหนี้ของผู้ตายก็ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงความตายเช่นกัน (ป.พ.พ. มาตรา 1754)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องมรดก

5. ครอบครัว

  • ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส แม้มีชื่อฝ่ายเดียว การขาย จำนอง หรือขายฝากสินสมรสที่เป็นที่ดินต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส (ป.พ.พ. มาตรา 1474, 1476)
  • หย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน และจดทะเบียนการหย่าที่อำเภอหรือเขต ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ต้องฟ้องหย่าโดยอ้างเหตุตามกฎหมาย เช่น แยกกันอยู่เกิน 3 ปี ทิ้งร้างเกิน 1 ปี หรือทำร้ายร่างกายจิตใจอย่างร้ายแรง (ป.พ.พ. มาตรา 1514, 1515, 1516)
  • บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดา บิดาต้องจดทะเบียนรับรองบุตรหรือให้ศาลพิพากษาจึงจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา (ป.พ.พ. มาตรา 1546, 1547)
  • บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรระหว่างเป็นผู้เยาว์ เมื่อหย่ากัน ควรตกลงเรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นหนังสือให้ชัดเจน (ป.พ.พ. มาตรา 1564, 1520)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องครอบครัว

6. แรงงาน

  • ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงาน: ครบ 120 วัน 30 วัน, ครบ 1 ปี 90 วัน, ครบ 3 ปี 180 วัน, ครบ 6 ปี 240 วัน, ครบ 10 ปี 300 วัน และครบ 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ของค่าจ้างอัตราสุดท้าย (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118)
  • นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะกรณีตามกฎหมาย เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบกรณีร้ายแรง ฝ่าฝืนระเบียบซ้ำหลังได้รับหนังสือเตือน หรือละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 119)
  • ลาออกเองไม่ได้รับค่าชดเชย และการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร ลูกจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อศาลแรงงานได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องแรงงาน

7. อาญาและภัยออนไลน์

  • เปิดบัญชีธนาคารหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้อื่นใช้ (บัญชีม้า) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนผู้ซื้อขายหรือเป็นธุระจัดหาบัญชี มีโทษจำคุก 2 ถึง 5 ปี และอาจถูกดำเนินคดีฐานสนับสนุนฉ้อโกงด้วย (พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาตรา 9, 10)
  • ฉ้อโกง ยักยอก และหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ ยกเว้นฉ้อโกงประชาชนซึ่งยอมความไม่ได้ (ป.อ. มาตรา 96, 343, 348, 356, 333)
  • โพสต์กล่าวหาผู้อื่นในโซเชียลมีเดียจนเสียชื่อเสียง อาจเป็นหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท (ป.อ. มาตรา 326, 328)
  • ผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ ให้ทนายหรือผู้ที่ไว้ใจเข้าฟังการสอบปากคำ แจ้งญาติให้ทราบการจับกุม และขอประกันตัว (ป.วิ.อ. มาตรา 7/1)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องอาญา

8. อุบัติเหตุรถยนต์และประกันภัย

  • ผู้ประสบภัยจากรถได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด คือค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท ต้องยื่นขอภายใน 180 วันนับแต่เกิดเหตุ
  • ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด เช่น ถูกรถชน มีอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 448)
  • ฟ้องบริษัทประกันภัยเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ ต้องฟ้องภายใน 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย ถ้าถูกปฏิเสธการจ่าย ร้องเรียน คปภ. สายด่วน 1186 ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 882)

อ่านเพิ่มเติม: รายชื่อบริษัทประกันภัยและสำนักงาน คปภ.

9. ผู้บริโภค หนี้บัตร และการบังคับคดี

  • คดีผู้บริโภค เช่น ซื้อบ้าน คอนโด รถ หรือสินค้าชำรุด ผู้บริโภคฟ้องได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล ฟ้องด้วยวาจาได้ และผู้ประกอบธุรกิจมีภาระพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ (พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18, 20, 29)
  • เช่าซื้อรถยนต์: ผู้ให้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัด 3 งวดติดกัน และมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแล้ว (ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์)
  • หนี้บัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7)) ส่วนหนี้สินเชื่อเงินสดแบบหมุนเวียนที่ไม่กำหนดงวดผ่อนมีอายุความ 10 ปี ควรให้ทนายตรวจสัญญาก่อนสรุปว่าหนี้ขาดอายุความ
  • เมื่อศาลพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้ต้องบังคับคดีภายใน 10 ปี เงินเดือนของลูกหนี้ส่วนที่ไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท อายัดไม่ได้ อายัดได้เฉพาะส่วนที่เกิน (ป.วิ.พ. มาตรา 274, 302)

อ่านเพิ่มเติม: ฎีกาเรื่องผู้บริโภค

หมายเหตุ: เป็นการสรุปหลักกฎหมายโดยย่อเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ณ กันยายน 2569 กฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม และผลของแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจดำเนินการ

มีปัญหากฎหมายเรื่องไหน ปรึกษาทนายความในเครือข่ายใกล้บ้านคุณ
คอลเซ็นเตอร์ 089 226 8899 (24 ชั่วโมง) · LINE @lawyerpoovong
Visitors: 540,997