ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา
ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา
"ผู้ต้องหา" คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา แต่ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล เมื่อถูกฟ้องแล้วจะเรียกว่า "จำเลย" ผู้ต้องหาทุกคนได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) ดังนี้
1. เมื่อได้รับหมายเรียกของพนักงานสอบสวน
- ตรวจหมายเรียกว่าเรียกไปพบที่สถานีตำรวจใด วันเวลาใด ในฐานะผู้ต้องหาหรือพยาน และข้อหาอะไร
- ควรไปพบตามนัด หากไปไม่ได้ให้ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเลื่อน การไม่ไปตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถูกออกหมายจับได้
- ควรปรึกษาทนายความก่อนไป และเตรียมหลักประกันสำหรับขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ไปด้วย
- ดูที่ตั้งและเบอร์โทรสถานีตำรวจได้ที่ รายชื่อสถานีตำรวจทั่วประเทศ
2. สิทธิเมื่อถูกจับกุม
- เจ้าพนักงานต้องแจ้งว่าท่านถูกจับ แจ้งข้อกล่าวหา และแสดงหมายจับ (ถ้ามี) และต้องแจ้งสิทธิของท่านให้ทราบ (ป.วิ.อ. มาตรา 83)
- การจับและการควบคุมตัวต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง และแจ้งการควบคุมตัวต่อพนักงานอัยการและนายอำเภอ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
- เจ้าพนักงานจะควบคุมตัวเกินกว่าความจำเป็นเพื่อป้องกันการหลบหนีไม่ได้
- ห้ามทำร้าย ทรมาน ข่มขู่ หรือกระทำการที่โหดร้ายหรือย่ำยีศักดิ์ศรี
3. สิทธิระหว่างถูกควบคุมตัว (ป.วิ.อ. มาตรา 7/1)
- พบและปรึกษาทนายความหรือผู้ที่จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว (สองต่อสอง)
- ให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำได้
- แจ้งหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจทราบถึงการถูกจับและสถานที่ถูกควบคุมตัวโดยเร็ว
- ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติตามสมควร
- ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย
4. สิทธิในชั้นสอบสวน
- จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ถ้าให้การ ถ้อยคำนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธินี้ก่อนถามคำให้การ (มาตรา 134/4)
- พนักงานสอบสวนห้ามทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบ เพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การ (มาตรา 135)
- คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือผู้ต้องหามีอายุไม่เกิน 18 ปี พนักงานสอบสวนต้องจัดหาทนายความให้ คดีที่มีอัตราโทษจำคุก หากผู้ต้องหาไม่มีทนายความและต้องการทนายความ รัฐต้องจัดหาให้ (มาตรา 134/1)
- อ่านบันทึกคำให้การให้ละเอียดก่อนลงลายมือชื่อ หากไม่ถูกต้องให้ขอแก้ไข มีสิทธิไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกที่ไม่ตรงกับที่ให้การ
- มีสิทธิแสดงพยานหลักฐานหรือขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานที่เป็นประโยชน์แก่ตน
5. การขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว)
- ผู้ต้องหามีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อพนักงานสอบสวน หรือต่อศาลเมื่อถูกฝากขังแล้ว
- หลักประกัน เช่น เงินสด โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก บุคคลค้ำประกัน หรือกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ บางกรณีศาลอาจให้ใช้อุปกรณ์ติดตามตัว (EM) หรือปล่อยโดยไม่มีหลักประกัน
- หากศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ได้ และยื่นคำร้องขอใหม่ได้เมื่อมีเหตุใหม่
- ดูรายละเอียดเพิ่มที่เมนู ประกันตัว
6. การควบคุมตัวและการฝากขัง
- พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับไปถึงที่ทำการ หากจำเป็นต้องควบคุมต่อ ต้องนำตัวไปศาลเพื่อขอฝากขัง
- ความผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท ฝากขังได้ครั้งเดียวไม่เกิน 7 วัน
- ความผิดอัตราโทษจำคุกเกิน 6 เดือนแต่ไม่ถึง 10 ปี ฝากขังได้หลายครั้ง ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมกันไม่เกิน 48 วัน
- ความผิดอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ฝากขังได้หลายครั้ง ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมกันไม่เกิน 84 วัน
- ในการฝากขัง ผู้ต้องหามีสิทธิแถลงคัดค้าน และมีทนายความซักถามพยานของพนักงานสอบสวนต่อศาลได้
7. ข้อควรปฏิบัติ
- ติดต่อทนายความโดยเร็วที่สุด และอย่ารับสารภาพหรือลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ ก่อนปรึกษาทนายความ
- จดชื่อ ยศ และสังกัดของเจ้าพนักงานผู้จับกุมและพนักงานสอบสวน รวมถึงวันเวลาที่ถูกจับ
- หากถูกปฏิบัติโดยไม่ชอบ ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงาน หรือยื่นคำร้องต่อศาลให้ตรวจสอบการควบคุมตัวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวอย่างเคร่งครัด และไปตามนัดทุกครั้ง
- หากต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องถึงที่สุด โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด ขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจากรัฐได้ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544
เมื่อสอบสวนเสร็จ พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ดูเพิ่มเติมที่ เตรียมตัวไปสำนักงานอัยการ และ ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นจำเลย
ตกเป็นผู้ต้องหาและต้องการทนายความ หรือต้องการประกันตัวด่วน โทร 089-226-8899
ข้อมูลปรับปรุงเมื่อเดือนกันยายน 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะคดี ควรปรึกษาทนายความ



