Chat with us, powered by LiveChat

ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นจำเลย

ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นจำเลย

"จำเลย" คือ บุคคลที่ถูกฟ้องต่อศาล ในคดีอาญาจะถูกฟ้องโดยพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายฟ้องเอง ก่อนถูกฟ้องจะเรียกว่า "ผู้ต้องหา" จำเลยทุกคนได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด หน้านี้อธิบายการเป็นจำเลยในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) หากถูกฟ้องคดีแพ่ง ดูที่ ทำอย่างไรเมื่อถูกฟ้องคดี

1. เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้อง

  • อัยการจะนัดให้ผู้ต้องหาไปพบเพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาล ควรไปตามนัดพร้อมทนายความและหลักประกันสำหรับขอปล่อยชั่วคราว
  • ศาลจะส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลย อ่านให้ละเอียดว่าถูกฟ้องข้อหาใด ตามกฎหมายมาตราใด และคดีหมายเลขดำที่เท่าไร
  • หากไม่ไปตามนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถูกออกหมายจับ

2. เมื่อผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาเอง

  • ศาลจะนัดไต่สวนมูลฟ้องก่อน ในนัดนี้จำเลยยังไม่มีฐานะเป็นจำเลย ไม่จำเป็นต้องไปศาล แต่มีสิทธิแต่งทนายความเข้าไปถามค้านพยานโจทก์ได้ (ไม่มีสิทธินำพยานของตนเข้าสืบ)
  • หากศาลเห็นว่าคดีไม่มีมูล จะพิพากษายกฟ้อง หากคดีมีมูล ศาลจะประทับรับฟ้องและออกหมายเรียกจำเลยมาศาล

3. สิทธิของจำเลย

  • ได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
  • ปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว มีทนายความแก้ต่าง ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเป็นพยานหลักฐาน และคัดสำเนาเอกสารในสำนวนได้
  • ศาลต้องถามจำเลยก่อนเริ่มพิจารณาว่ามีทนายความหรือไม่ คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือจำเลยอายุไม่เกิน 18 ปีในวันถูกฟ้อง ศาลต้องตั้งทนายความให้ คดีที่มีอัตราโทษจำคุก หากจำเลยไม่มีทนายความและต้องการ ศาลต้องตั้งทนายความให้ (ป.วิ.อ. มาตรา 173) โดยจำเลยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ถามค้านพยานโจทก์ และนำพยานหลักฐานของตนเข้าสืบ
  • ไม่มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง โจทก์มีภาระพิสูจน์ หากพยานหลักฐานมีความสงสัยตามสมควร ศาลต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย (มาตรา 227)
  • จำเลยที่ไม่เข้าใจภาษาไทย หรือเป็นใบ้ หรือหูหนวก มีสิทธิได้รับล่ามโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

4. การขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ในชั้นศาล

  • ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลในวันที่ถูกฟ้อง พร้อมหลักประกัน เช่น เงินสด โฉนดที่ดิน บุคคลค้ำประกัน หรือกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ
  • ศาลอาจกำหนดเงื่อนไข เช่น ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ให้รายงานตัว หรือใช้อุปกรณ์ติดตามตัว (EM) และอาจปล่อยโดยไม่มีหลักประกันได้
  • หากศาลไม่อนุญาต อุทธรณ์คำสั่งได้ และยื่นคำร้องขอใหม่ได้เมื่อมีเหตุใหม่
  • ดูรายละเอียดเพิ่มที่เมนู ประกันตัว

5. การสอบคำให้การ: รับสารภาพหรือปฏิเสธ

  • ศาลจะอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง แล้วถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไร จำเลยจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้
  • ถ้ารับสารภาพ ศาลพิพากษาได้โดยไม่ต้องสืบพยาน เว้นแต่ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำ 5 ปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง (มาตรา 176)
  • การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษที่ศาลอาจลดโทษให้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78) และศาลอาจสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะก่อนพิพากษา เพื่อพิจารณารอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ
  • อย่ารับสารภาพเพียงเพราะต้องการให้คดีจบเร็ว ควรปรึกษาทนายความก่อนทุกครั้ง เพราะคำพิพากษาลงโทษมีผลต่อประวัติและอนาคต

6. ขั้นตอนเมื่อจำเลยปฏิเสธ

  • ศาลนัดพร้อมหรือนัดตรวจพยานหลักฐาน โจทก์และจำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ส่งเอกสารและพยานวัตถุ
  • สืบพยานโจทก์ก่อน ทนายจำเลยถามค้าน แล้วสืบพยานจำเลย จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานได้
  • ศาลมีคำพิพากษาลงโทษหรือยกฟ้อง และนัดฟังคำพิพากษา จำเลยต้องไปศาลทุกนัด หากหลบหนีขณะได้รับการปล่อยชั่วคราว ศาลจะออกหมายจับและปรับนายประกัน

7. การเยียวยาผู้เสียหายและการยอมความ

  • ผู้เสียหายอาจยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมาในคดีอาญา (มาตรา 44/1) จำเลยต้องให้การในส่วนนี้ด้วย
  • ความผิดอันยอมความได้ เช่น ฉ้อโกง ยักยอก หมิ่นประมาท หรือออกเช็คไม่มีเงิน หากผู้เสียหายถอนฟ้องหรือยอมความก่อนคดีถึงที่สุด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ
  • ความผิดที่ยอมความไม่ได้ การชดใช้ค่าเสียหายไม่ทำให้คดีระงับ แต่ศาลนำไปประกอบการลดโทษหรือรอการลงโทษได้

8. หลังศาลมีคำพิพากษา

  • อุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา และขอขยายระยะเวลาได้หากมีพฤติการณ์พิเศษ คดีที่มีอัตราโทษไม่สูงบางประเภทมีข้อจำกัดการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
  • การฎีกาต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
  • คำพิพากษาให้จำคุกบังคับได้ทันที ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา ต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่
  • หากศาลพิพากษายกฟ้องถึงที่สุด โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำไม่เป็นความผิด ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ จำเลยที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจากรัฐได้ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544

9. ข้อควรปฏิบัติ

  • ติดต่อทนายความตั้งแต่ได้รับหมายหรือก่อนวันนัดส่งตัวฟ้อง เพื่อเตรียมข้อต่อสู้และหลักประกัน
  • รวบรวมพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ เช่น เอกสาร ภาพถ่าย ข้อความสนทนา และรายชื่อพยานบุคคล
  • แต่งกายสุภาพ ไปศาลก่อนเวลานัด ตรวจห้องพิจารณาได้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของศาล และปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวอย่างเคร่งครัด
  • ห้ามติดต่อข่มขู่หรือจูงใจพยานหรือผู้เสียหาย เพราะอาจถูกเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว
  • ผู้มีรายได้น้อยขอความช่วยเหลือค่าหลักประกันและทนายความได้จากกองทุนยุติธรรม และสภาทนายความ

ดูที่ตั้งและเบอร์โทรศาลได้ที่ รายชื่อศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และสิทธิก่อนถูกฟ้องที่ ทำอย่างไรเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

ตกเป็นจำเลยและต้องการทนายความแก้ต่าง หรือต้องการประกันตัว โทร 089-226-8899

ข้อมูลปรับปรุงเมื่อเดือนกันยายน 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะคดี แต่ละคดีมีข้อเท็จจริงและกำหนดเวลาต่างกัน ควรปรึกษาทนายความ

Visitors: 532,270