Chat with us, powered by LiveChat

ทนายความเตือนภัย

เตือนภัย! รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพ และการแอบอ้างเป็นทนายความ

ปัจจุบันมิจฉาชีพพัฒนาวิธีหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา ทั้งทางโทรศัพท์ ข้อความ SMS แอปพลิเคชัน LINE Facebook และการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือทนายความ เครือข่ายทนายความจึงรวบรวมกลโกงที่พบบ่อย พร้อมวิธีป้องกันและสิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อถูกหลอก เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันและปกป้องตนเองได้

1. แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

มิจฉาชีพโทรมาอ้างว่าเป็นตำรวจ ดีเอสไอ ปปง. กรมสรรพากร ไปรษณีย์ หรือธนาคาร แจ้งว่าท่านมีพัสดุผิดกฎหมาย บัญชีพัวพันการฟอกเงิน หรือมีหมายจับ แล้วให้โอนเงินไป "ตรวจสอบ" หรือ "พิสูจน์ความบริสุทธิ์"

วิธีป้องกัน: เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี และไม่สอบสวนผ่านวิดีโอคอล ให้วางสายแล้วโทรกลับไปยังเบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นด้วยตนเอง

2. หมายศาล หมายเรียก หรือหนังสือทวงหนี้ปลอม

มิจฉาชีพส่งภาพหมายศาล หมายเรียก หรือหนังสือบอกกล่าวทวงถามปลอมทาง LINE หรือ SMS ข่มขู่ว่าจะถูกฟ้องหรือยึดทรัพย์ หากไม่โอนเงินภายในวันนี้

วิธีป้องกัน: ตรวจสอบเลขคดีกับศาลที่ระบุในเอกสารโดยตรง ศาลไม่เรียกให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล และค่าธรรมเนียมหรือเงินที่ต้องวางศาลต้องชำระต่อศาลตามช่องทางที่ศาลกำหนดเท่านั้น

3. ทนายปลอม – อ้างว่าช่วยทวงเงินที่ถูกโกงคืนได้

เป็นกลโกงซ้ำเติมผู้เสียหาย มิจฉาชีพตั้งเพจหรือบัญชี LINE อ้างเป็นทนายความ สำนักงานกฎหมาย หรือหน่วยงานช่วยเหลือผู้เสียหาย รับประกันว่าได้เงินคืนเต็มจำนวน แต่ขอเก็บค่าดำเนินการ ค่าภาษี หรือค่าปลดล็อกบัญชีก่อน

วิธีป้องกัน: ตรวจสอบรายชื่อและเลขใบอนุญาตทนายความได้ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (www.lawyerscouncil.or.th) ระวังผู้ที่รับประกันผลคดีหรือรับประกันว่าได้เงินคืนแน่นอน และไม่ควรโอนเงินให้บุคคลที่ไม่เคยพบตัว ไม่มีสำนักงานที่ตรวจสอบได้ หรือไม่ทำสัญญาจ้างว่าความเป็นลายลักษณ์อักษร

4. การลงทุนผลตอบแทนสูงเกินจริงและแชร์ลูกโซ่

ชวนลงทุนเทรดหุ้น คริปโต ทองคำ หรือธุรกิจออนไลน์ อ้างผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น ช่วงแรกจ่ายผลตอบแทนจริงเพื่อให้ตายใจ แล้วชวนให้ลงเงินเพิ่มก่อนปิดระบบหนี

วิธีป้องกัน: ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตกับสำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th) ก่อนลงทุนทุกครั้ง การลงทุนที่ "รับประกันกำไร" ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

5. ลิงก์ปลอม แอปดูดเงิน และการขอรหัส OTP

ส่ง SMS หรือ LINE แจ้งว่าได้รับเงินคืน ค่าไฟเกิน หรือพัสดุตกค้าง ให้กดลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน เมื่อติดตั้งแล้วมิจฉาชีพจะควบคุมโทรศัพท์และโอนเงินออกจากบัญชี

วิธีป้องกัน: ไม่กดลิงก์จากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก ไม่ติดตั้งแอปนอก App Store หรือ Google Play และไม่บอกรหัส OTP หรือรหัสผ่านให้บุคคลใด

6. ซื้อขายสินค้าออนไลน์ หลอกรักออนไลน์ และหลอกทำงานเสริม

ร้านค้าปลอมรับเงินแล้วไม่ส่งสินค้า คนรักออนไลน์ที่ไม่เคยพบตัวขอยืมเงินหรือชวนลงทุน หรือชวนทำงานกดไลก์ รีวิวสินค้า แล้วให้โอนเงินเพื่อ "ปลดล็อก" ค่าคอมมิชชัน

วิธีป้องกัน: ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ ตรวจสอบประวัติบัญชีผู้รับเงินก่อนโอน และไม่โอนเงินให้บุคคลที่ไม่เคยพบตัวจริง

7. สัญญาเอาเปรียบ และการให้ยืมเงินนอกระบบ

ให้ลงชื่อในกระดาษเปล่าหรือสัญญาที่ยังไม่กรอกข้อความ ระบุจำนวนเงินกู้สูงกว่าที่ได้รับจริง หรือคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย แล้วนำเอกสารไปฟ้องร้องภายหลัง

วิธีป้องกัน: อ่านสัญญาให้ครบก่อนลงชื่อ ไม่ลงชื่อในเอกสารที่ยังไม่กรอกข้อความ เก็บสำเนาสัญญาและหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง และปรึกษาทนายความก่อนลงนามในสัญญาที่มีมูลค่าสูง

ถูกหลอกโอนเงินแล้ว ต้องทำอย่างไร (ทำทันที ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสได้เงินคืน)

  1. โทรแจ้งธนาคารของท่านและธนาคารปลายทางทันที เพื่อขอระงับบัญชีผู้รับเงิน
  2. โทรสายด่วนศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (AOC) 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
  3. แจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
  4. เก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น สลิปโอนเงิน เลขบัญชีผู้รับ ภาพหน้าจอแชต เบอร์โทรศัพท์ ชื่อเพจหรือบัญชี LINE ของมิจฉาชีพ
  5. ปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีอาญาและเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ดูวิธีเตรียมเอกสารได้ที่หน้า "เตรียมตัวไปสถานีตำรวจ"

สิ่งที่ควรจำ

ไม่ว่ามิจฉาชีพจะมาในรูปแบบใด ให้ตั้งสติ ไม่รีบร้อนโอนเงิน และตรวจสอบกับหน่วยงานหรือบุคคลนั้นโดยตรงก่อนทุกครั้ง หากไม่แน่ใจ ปรึกษาทนายความในเครือข่ายของเราได้ฟรีผ่านแชตบนเว็บไซต์นี้

ติดต่อเครือข่ายทนายความ
คอลเซ็นเตอร์ 089 226 8899 (24 ชั่วโมง)
ทนายสายตรง 081 803 4097
LINE OA @lawyerpoovong

ด้วยรักและเป็นห่วง
ทนายภูวงษ์ โพธิ์ไทร
ประธานเครือข่ายทนายความ

Visitors: 521,975