Chat with us, powered by LiveChat

ทำอย่างไรเมื่อถูกบังคับคดี

ทำอย่างไรเมื่อถูกบังคับคดี

"การบังคับคดี" คือ การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อนำไปขายทอดตลาดหรือนำเงินมาชำระหนี้ หลังจากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ ขั้นตอนเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) ภาค 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ตั้งแต่ปี 2560 ดำเนินการโดยกรมบังคับคดี

1. ขั้นตอนก่อนถูกยึดหรืออายัด

  • เมื่อศาลพิพากษา ศาลจะออกคำบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาที่กำหนด หากลูกหนี้อยู่ฟังคำพิพากษา ถือว่าได้ทราบคำบังคับแล้วในวันนั้น
  • หากพ้นกำหนดแล้วไม่ชำระ เจ้าหนี้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และแถลงให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์ได้
  • เจ้าหนี้ต้องร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 274) พ้นกำหนดนี้แล้วบังคับคดีไม่ได้
  • ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเจรจาผ่อนชำระกับเจ้าหนี้ ก่อนเกิดค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีเพิ่มขึ้น

2. ทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดได้

  • ยึด: ที่ดิน บ้าน ห้องชุด รถยนต์ เครื่องจักร หุ้น และสังหาริมทรัพย์อื่นของลูกหนี้ แล้วนำออกขายทอดตลาด
  • อายัด: เงินฝากในบัญชีธนาคาร เงินเดือนหรือค่าจ้างของลูกจ้างเอกชน (ส่วนที่เกินเดือนละ 20,000 บาท) ค่าเช่า เงินปันผล และสิทธิเรียกร้องอื่นที่บุคคลภายนอกต้องจ่ายให้ลูกหนี้
  • ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสอาจถูกยึดทั้งหมดได้ คู่สมรสที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้มีสิทธิยื่นคำร้องขอกันส่วนของตน

3. ทรัพย์สินที่กฎหมายห้ามยึดหรืออายัด (ป.วิ.พ. มาตรา 301 และ 302)

  • เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว ราคารวมกันประมาณไม่เกินประเภทละ 20,000 บาท
  • สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ ราคารวมกันประมาณไม่เกิน 100,000 บาท
  • ทรัพย์สินที่ใช้ช่วยหรือแทนอวัยวะของลูกหนี้ และของใช้ส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือหรือจดหมายของครอบครัว
  • เงินเดือน บำนาญ บำเหน็จ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • เงินเดือน ค่าจ้าง ของลูกจ้างเอกชน เบี้ยเลี้ยงชีพ ส่วนที่รวมกันไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท
  • บำเหน็จ ค่าชดเชยตามกฎหมาย หรือเงินที่จ่ายเนื่องจากการออกจากงาน ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท และเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ตามจำนวนที่จำเป็นในการจัดการศพ
  • หากลูกหนี้มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว หรือมีเหตุจำเป็น ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือศาลพิจารณาลดจำนวนที่อายัดได้

4. เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดทรัพย์

  • ตรวจสอบบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานบังคับคดี และขอดูหมายบังคับคดีกับคำพิพากษาที่ใช้บังคับ
  • อย่าขัดขวาง ซ่อน ทำลาย หรือโอนทรัพย์หนีการบังคับคดี เพราะอาจมีความผิดทางอาญา (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350)
  • หากทรัพย์ที่ยึดไม่ใช่ของลูกหนี้ เจ้าของที่แท้จริงยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ (ร้องขัดทรัพย์) ต่อศาลได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการยึด
  • เก็บสำเนาบันทึกการยึดและประกาศขายทอดตลาดไว้ ติดตามวันนัดขายจากเว็บไซต์กรมบังคับคดี

5. สิทธิของลูกหนี้ในชั้นบังคับคดี

  • ขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีกับเจ้าหนี้ได้ ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของกรมบังคับคดีหรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด เพื่อขอผ่อนชำระหรือลดหนี้
  • ชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีครบถ้วน เพื่อให้ถอนการยึดหรืออายัดได้ทุกเวลาก่อนขายทอดตลาด
  • หากการบังคับคดีผิดระเบียบหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ (ป.วิ.พ. มาตรา 296)
  • ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา การบังคับคดีไม่หยุด เว้นแต่ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับและศาลอนุญาต
  • ขอให้ศาลงดการบังคับคดีได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ศาลสั่งให้พิจารณาคดีใหม่หรืออนุญาตให้ทุเลาการบังคับ
  • ลูกหนี้ร่วมหรือผู้ค้ำประกัน ต้องรับผิดตามที่ระบุในคำพิพากษาเท่านั้น

6. การขายทอดตลาด

  • เจ้าพนักงานบังคับคดีจะประกาศขายทอดตลาด ลูกหนี้และผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับแจ้งวันเวลาและสถานที่ขาย ขายได้ทั้งที่ห้องขายทอดตลาดและทางออนไลน์ (e-Auction)
  • ลูกหนี้เข้าร่วมประมูล หรือหาผู้ซื้อที่ให้ราคาดีมาเสนอราคาได้ เพื่อให้ได้เงินมาหักหนี้มากที่สุด
  • เงินที่ขายได้ จะนำไปหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย แล้วชำระแก่เจ้าหนี้ ถ้ามีเงินเหลือจะคืนให้ลูกหนี้ ถ้าไม่พอชำระ ลูกหนี้ยังต้องรับผิดในส่วนที่ขาด และเจ้าหนี้บังคับเอาจากทรัพย์อื่นได้ภายในกำหนด 10 ปี

7. ข้อควรระวัง

  • ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป อาจถูกฟ้องล้มละลาย ควรเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ก่อน
  • อย่าโอนทรัพย์สินให้ผู้อื่นหลังถูกฟ้อง เจ้าหนี้อาจฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล และอาจเป็นความผิดอาญา
  • อย่าจ่ายเงินให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่และสามารถ "ถอนการยึด" ได้ ให้ชำระเงินผ่านสำนักงานบังคับคดีและขอใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง
  • ตรวจสอบข้อมูลคดีและการยึดทรัพย์ของตนได้ทางเว็บไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th

8. ติดต่อกรมบังคับคดี

กรมบังคับคดี เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 โทร 02-881-4999 สายด่วน 1111 กด 79 อีเมล saraban@led.mail.go.th ต่างจังหวัดติดต่อสำนักงานบังคับคดีจังหวัดที่ทรัพย์ตั้งอยู่

ดูเพิ่มเติมที่ ทำอย่างไรเมื่อถูกฟ้องคดี และ รายชื่อศาลยุติธรรมทั่วประเทศ

ถูกบังคับคดี ต้องการทนายความช่วยเจรจา ร้องขัดทรัพย์ หรือยื่นคำร้องต่อศาล โทร 089-226-8899

ข้อมูลปรับปรุงเมื่อเดือนกันยายน 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป มิใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะคดี แต่ละคดีมีข้อเท็จจริงและกำหนดเวลาต่างกัน ควรปรึกษาทนายความ

Visitors: 519,623